กองทุนช่วยเหลือผู้กู้และผู้ค้ำประกันสำหรับเงินกู้สามัญ


ที่มาที่ไป

           ปัญหาความเดือดร้อนของผู้ค้ำประกันเงินกู้สามัญที่ต้องรับผิดชอบใช้หนี้แทนผู้กู้ เมื่อผู้กู้ไม่สามารถ ที่จะอยู่ชำระหนี้สินได้ จะด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม เป็นเหตุแรกที่คณะกรรมการดำเนินการได้รับทราบ และได้พยายามที่จะหาทางช่วยเหลือ ผู้ค้ำประกัน และหาแนวทางแก้ไขปัญหานี้มาตลอด

แนวทางในการแก้ปัญหา
           เมื่อเราเป็นสหกรณ์ก็คงต้องใช้วิธีการของสหกรณ์ด้วยการร่วมกันตามอุดมการณ์ของสหกรณ์นั่นก็คือ การช่วยเหลือตนเอง และ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน นั่นก็คือ ตัวผู้กู้เอง และ สหกรณ์ ซึ่งหมายถึงเพื่อนๆ สมาชิกทุกคน แม้หลาย ๆ คนจะบอกว่าเมื่อผู้ค้ำประกันอยากที่จะค้ำประกันก็ควรที่จะรับผิดชอบเอง แต่ในเมื่อพวกเราทุกคน (ซึ่งก็คือสหกรณ์) พอที่จะช่วยเหลือได้ สหกรณ์ก็ไม่ได้ปฏิเสธความช่วยเหลือนั้น เพื่อความเป็นสหกรณ์ของพวกเรา

วิธีดำเนินการ
           สอมธ. นำเรื่องและโครงการเสนอที่ประชุมใหญ่ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2548 ซึ่งที่ประชุมใหญ่เห็นชอบและ อนุมัติในหลักการพร้อมกับงบประมาณ ซึ่งเป็นเงินของทุกๆ คนที่จะช่วยเหลือพวกที่เดือดร้อนในวงเงินครั้งแรก 2,000,000 บาท

           คณะกรรมการดำเนินการประจำปี 2548 ได้ร่วมกันพิจารณาหาแนวทางเพื่อให้โครงการที่ได้รับอนุมัติจาก ที่ประชุมใหญ่ “โครงการกองทุนช่วยเหลือผู้ค้ำประกัน” จึงได้กำหนดหลักเกณฑ์และ ระเบียบฯ ต่างๆ เพื่อนำมาเป็นแนวทางปฏิบัติ ต่อไป ทั้งนี้ได้ตระหนักเป็นอย่างดีว่าผลกระทบจะต้องมีต่อ ผู้กู้บ้าง เพื่อเข้ามีส่วนร่วมและความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น ดังนั้น

  1. การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยพวกเราทุกคนด้วยงบประมาณ 2,000,000 บาท
    เพื่อเป็นเงินประเดิมเข้ากองทุน ซึ่งผ่านที่ประชุมใหญ่ไปแล้ว จึงไม่มีปัญหาใด ๆ
  2. การช่วยเหลือตนเอง ดังที่กล่าวไปแล้วว่าคณะกรรมการดำเนินการตระหนักถึงความเดือดร้อน ของผู้กู้เป็นอย่างดี แต่จะอย่างไรก็ตาม ตัวผู้กู้เองก็ควรจะมีส่วนร่วมด้วย อีกทั้งตนเองควรจะมีความรับผิดชอบ และกล้าที่จะประกันตนเอง เพื่อเพื่อนของผู้กู้เอง ที่ไว้เนื้อเชื่อใจค้ำประกันเงินกู้ และรับเป็น ภาระให้ตนเองกู้เงินเพื่อไปใช้สอย ด้วยตระหนักถึงความเดือดร้อนเป็นอย่างดี จึงได้กำหนดให้ผู้กู้เงิน นำเงินเข้ากองทุนเพียงร้อยละ 0.50 บาท หรือเพียงร้อยละ 50 สตางค์ คือกู้เงิน 100 บาท นำเข้ากองทุนเพียง 0.50 บาท นำเงินไปใช้ 99.50 บาท

และที่สำคัญเงินที่เก็บเข้ากองทุน ก็จะคืนให้เมื่อหนี้เงินกู้หมดลงหรือประสงค์ จะขอคืนเมื่อหนี้เงินกู้เหลือเท่าค่าหุ้นของตนที่มีอยู่

การช่วยเหลือ
           จะได้สูงสุดถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนเงินกู้ที่ค้างอยู่กับสหกรณ์ เมื่อถึงแก่กรรม หรือเป็นเงินช่วยเหลือค่าใช้จ่าย ในการดำเนินคดีกับผู้กู้

คำถามต่างๆ

  1. มันดีอย่างไร
    ดังที่กล่าวข้างต้นทั้งหมด พวกเราต้องช่วยเหลือกัน ทั้งตนเองและเพื่อสมาชิก ดังนั้น
    จึงไม่น่าที่จะแคลงใจ ไม่กล้าประกันตนเองด้วยเงินเพียงร้อยละ 0.50 บาท ของเงินที่กู้ไปจาก สหกรณ์
  2. เงินที่เก็บไปเอาไปไหน
    ไม่มีใครเอาไปไหนนอกจากอยู่ที่สหกรณ์ก็เป็นเงินหมุนเวียน แล้วก็กลับไปสู่พวกเราทุกคน
    คำถามนี้น่าจะหมดข้อสงสัย ในเมื่อเงินประเดิมที่มาจากสหกรณ์ 2,000,000 บาท เป็นเงินของ ทุกๆ คน ที่ใส่ลงไปเพื่อช่วยผู้กู้และผู้ค้ำประกัน จึงไม่ควรเอาไปกังวลว่า สอมธ. เอาไปออกดอกผล อย่างน้อยมันได้กลับเข้าไปเป็นกองทุนไปแล้วส่วนหนึ่ง
  3. ทำไมถึงไม่คิดดอกผลให้
    กลับไปอ่านใหม่ทั้งหมด แล้วจะเห็นว่าดอกผลที่น่าจะให้คิดมันน้อยกว่าความสำคัญ ความมั่นคงของสหกรณ์ ขนาดไหน แต่อย่างไรก็ตาม ในอนาคตข้างหน้ามันอาจจะทดแทนกันด้วย สวัสดิการต่างๆ ก็เป็นไปได้ และอย่าลืมว่าเงินกองทุนที่ท่านสมทบเข้าไปนั้นต้องคืนให้ท่าน ถ้าท่านเป็นสมาชิกผู้กู้ที่ดี อีกประการหนึ่ง เงินประเดิม 2,000,000 บาท เป็นเงินที่มาจากเพื่อนสมาชิก ทุกๆ คน แล้วทำไมถึงถามเรื่องดอกเบี้ย

สรุป
           วันนี้ สอมธ.กำลังร่วมกันไปสู่อุดมการณ์ของสหกรณ์อย่างที่ควรเป็นไป อย่างที่สมาชิกทุกคนของ สอมธ. ควรที่จะภูมิใจในการร่วมกันอยู่ ร่วมกันสร้างเพื่อส่วนรวม เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของ พวกเราสมาชิก สอมธ.ทุกๆ คน ช่วยกันบรรเทาความเดือดร้อน ตนเองมีความรับผิดชอบช่วยสร้างหลักประกันให้เพื่อนสมาชิก ขณะนี้หลายๆ สหกรณ์ดำเนินการให้ลักษณะโครงการฯ นี้ไปหลายๆ สหกรณ์ สอมธ.ของเราเป็นสหกรณ์ชั้นนำ กำลังที่จะเริ่มโครงการฯ ที่สนองต่ออุดมการณ์ โครงการฯ ที่ช่วยเหลือยามเดือดร้อน ไม่ใช่เป็นการเก็บเงินไปเปล่าๆ แบบการประกันหนี้มาช่วยกัน สร้างความมั่นคง สร้างสิ่งที่ดีให้ แก่ระบบสหกรณ์ เมื่อหมดภาระก็ได้เงินคืน สุดท้ายเพียงอยากจะให้ทุกคนได้อ่านข้อความ เหล่านี้ ด้วยใจบริสุทธิ์ และก็ทำเพื่อเพื่อนเราทุก ๆ คน

หมายเหตุ เริ่มใช้ตั้งแต่ผู้ยื่นคำขอกู้เงินสามัญตั้งแต่ 1 ธันวาคม เป็นต้นไป

ด้วยความรักอย่างจริงใจ